“หนินห่าว” บ่อเต็น:
หลานชาง...สายสัมพันธ์มั่นยืน
หลานชาง....หรือที่ชาวจีนเรียกว่าแม่น้ำล้านช้าง...ชาวลาวเรียกว่าแม่น้ำของ...และชาวไทยเรียกว่าแม่น้ำโขง...อันมีต้นกำเนิดแห่งสายน้ำจากเทือกเขาหิมาลัย...ไหลผ่านดินแดนอันกว้างใหญ่ไพศาล....หล่อเลี้ยงมวลชีวิตสองฟากฝั่งมาเนิ่นนานหลายพันปี
รากเหง้าแห่งอารยธรรมของบรรพชนชาวไท่กว๋อเหยิน(ชาวไท)ที่อาศัยสายน้ำเป็นแหล่งในการดำรงชีวิตในการสร้างบ้านแปงเมืองเพื่อชนรุ่นหลัง....
จากดินแดนสิบสองพันนา ไท่กว๋อแห่งลุ่มน้ำลือ หรือไทลื้อ...ไท่กว๋อลุ่มน้ำเมาหรือไทเมา (อาณาจักรลุ่มน้ำมาวศูนย์กลางที่แสนหวี(รุ่ยลี่) ไท่กว๋อลุ่มน้ำเขิน หรือไทเขิน หรือขืน(เชียงตุง)
มิไกลจากเมืองเจียงฮุ่ง (เชียงรุ้ง หรือจิ่งหง) นครหลวงของเขตอิสระปกครองตนเองสิบสองปันนาหรือสิบสองพันนาในอดีตที่มีนครรัฐ12 นครรัฐที่มีหัวเมืองต่างๆอีกมากมายขึ้นต่อ.....
สิบสองพันนาหมายถึงต้องใช้ข้าว1หมื่น2พัน ตาง(ถัง หรือ15กิโลกรัม) ที่เป็นตะกร้าตวงไปหว่านในพื้นที่เพาะปลูก.......
ใกล้ๆกันนั้นในอดีตก็เป็นดินแดนสิบสองผู้ไท( อยู่ห่างจากจิ่งหงไปทางตะวันออก) ก็เช่นกันที่อยู่มิไกลจากกันนัก....ต่างก็สืบทอดประเพณีการปกครองแบ่งเป็น12 นครรัฐเช่นกัน
อันประกอบไปด้วย ชาวผู้ไทดำ 8 เมือง และผู้ไทขาว4เมือง ประกอบเป็นสิบสองผู้ไท หรือจุไท หรือเจ้าไท...ได้แก่เมืองแถง( เมืองนาน้อยอ้อยหนู อยู่บริเวณเดียนเบียนฟู) เมืองควาย เมืองดุง เมืองม่วย เมืองลา เมืองโมะ เมืองหวัด เมืองชาง เมืองไล เมืองเจียน เมืองมุน และเมืองบาง
สำหรับในดินแดนสิบสองจุไท นั้น ในสมัยรัชกาลที่3 ฝรั่งเศสยึดไป จึงมีการกวาดต้อนอพยพผู้คนมาอาศัยอยู่ในดินแดน ภาคอีสานในไทย และเป็นต้นกำเนิดของชาวผู้ไท หรือภูไท ที่กระจัดกระจายไปในที่ต่างๆในแดนตุงเป่ยหรือภาคอีสานของไทย
หากแต่ว่ารากเหง้าดั้งเดิมล้วนมีความสัมพันธ์กับดินแดนสิบสองพันนา ล้านนา ล้านช้าง ที่ดำรงรักษาภาษาพูดภาษาเขียนของตนเองไว้... รวมถึงจารีตประเพณีที่สำคัญๆเช่น สงกรานต์ จุดบอกไฟ(ในภาคเหนือและสิบสองพันนา) หรือบั้งไฟ(ในอีสาน) การตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนที่จะมีหิ้งบูชาบรรพบุรุษ จากเดิมที่ถือว่าผีอยู่ที่เฮือน พระอยู่ที่วัดปัจจุบันก็กลายเป็นหิ้งบูชาพระ ในชุมชนจะมีศาลบรรพชน มีบ่อน้ำหมู่บ้าน บ่อน้ำวัด....และมีวัดเป็นศูนย์กลางชุมชน....เป็นต้น..
กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งสิบสองพันนา:
ดินแดนสิบสองพันนา ในสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ของประเทศจีนในอดีต และราชวงค์ฮั่นตะวันออก จักรพรรดิ์หย่งผิง ดินแดนสิบสองพันนาเสมือนหนึ่งประเทศราช
มาถึงสมัยราชวงค์ถัง และราชวงค์ซุ่ง สิบสองพันนาขึ้นกับการปกครองของอาณาจักรน่านเจ้า และต้าหลี่ โดยมีเจ้าปกครองท้องถิ่น
ต่อมา ในสมัยพระเจ้าหลงฉิงราชวงค์หมิง หลังจาก เจ้าคันเมิ่งได้ไปสวามิภักดิ์ จึงถูกแบ่งเป็นดินแดนสิบสองพันนาที่มี12นครรัฐ...และมีเจ้าครองนครมาจนถึงการปฏิวัติใหญ่เปลี่ยนแปลงการปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน
ปัจจุบันพระมหากษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งสิบสองพันนา ดำรงตนเป็นสามัญชนก็คือ เจ้าหม่อมคำลือ หรือชื่อในภาษาจีนว่า เตาซือซิง เป็นศาสตราจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน เมืองคุนหมิง เมืองหลวงแห่งมณฑลยูนนาน
เช่นเดียวกับ ชาวไทในรัฐฉาน หรือชาน หรือเมิงไต(เมืองไท) หลังอังกฤษยึดครองได้แบ่งออกเป็น รัฐเมิงไต (เมืองไท) เหนือ, รัฐเมิงไตใต้ และรัฐเชียงตุง
ความยาวนานทางประวัติศาสตร์แห่งบ้านพี่เมืองน้อง ของอาณาจักรล้านนา สิบสองพันนา ล้านช้าง ภายใต้การรุกรานของกองทัพมองโกลการถอยร่นลงมาทางใต้ การกำเนิดขึ้นของ เชียงรุ้ง เชียงตุง เชียงราย เชียงใหม่ เชียงแสน เชียงทอง สุโขทัย ศรีเทพ เวียงละกอน(ลำปาง ) ฯลฯ ล้วนแยกไม่ออกจากกันในความสัมพันธ์อันยาวนานทางประวัติศาสตร์ของบรรพชนไท่กว๋อเหล่านี้กับแผ่นดินของชาวฮั่นในจงกว๋อ......
และนี่ก็คือตำนาน แห่งเสียงแคนที่สืบสานกันมายาวนานกว่า2พันปี และการจุดบอกไฟหรือบั้งไฟ อันมีสูตรที่เป็นความลับของส่วนผสมอาวุธทางยุทธศาสตร์แห่งบรรพชนไท่กว๋อ...การผูกเสี่ยวในดินแดนตุงเป่ย(ภาคอีสานประเทศไทย)หรือการไหว้ฟ้าดินสาบานเป็นพี่น้อง....
มิอาจแยกได้จากสายสัมพันธ์อันยาวนานกับดินแดนจงกว๋อ(จีน) ....ตราบใดที่สายน้ำหลานชางยังหลั่งไหล....ร้อยสายใยแห่งชีวิตของผู้คนมาเนิ่นนาน...ราวกับสายใยเส้นไหม....ที่หลอมรวมรังไหมหลายหมื่นหลายแสนรัง...ร้อยเป็นสายใยต่อเนื่องกันรุ่นแล้วรุ่นเล่า....อันไม่มีวันจบสิ้น....
ดุจสายสัมพันธ์ที่ไหลรินอย่างมั่นยืนของหลานชาง...หล่อชุบเลี้ยงผืนแผ่นดินสองฝากฝั่งให้ชุ่มชื้น....แม้บางคราอาจเกรี้ยวกราดแต่ก็มิเคยแปรเปลี่ยนเส้นทางการรินไหลผ่านทุ่งที่เขียวขจีแห่งพืชพันธุ์ทางจิตใจของผู้คนมาเนิ่นนาน....
หนินเห่า...บ่อเต็น:
หลวงน้ำทาเมืองหน้าด่านของลาว
จากเชียงรายไปอีกกว่า60กิโลเมตรถึงอำเภอเชียงของ อันเป็นชายแดนไทยซึ่งฝั่งตรงข้ามก็คือเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว แขวงบ่อแก้วมีชื่อเสียงในด้านอัญมณีกล่าวคือเป็นแหล่งแห่งการทำบ่อพลอยไพลินที่มีคุณภาพสูง
และเมื่อเรานั่งเรือข้ามไปฝั่งประเทศลาวที่เมืองห้วยทราย ที่เป็นจุดเริ่มต้นในการเดินทางไปสู่ชายแดนลาวและจีนที่ด่านห้วยทรายแสตมป์พาสปอร์ตเข้าประเทศ ลาว(ปัจจุบันนี้ไม่ต้องขอวีซ่าเข้าลาว)
ที่ห้วยทรายยังมีท่าเรือสำหรับเดินทางในลำน้ำโขงเพื่อไปสู่เมืองมรดกโลกอันเป็นเมืองหลวงเก่าของลาวคือเมืองหลวงพระบาง...
ห่างออกจากตัวเมืองห้วยทรายประมาณ 5 กิโลเมตรก็เป็นบริเวณที่กลุ่มทุนจากประเทศจีนมาลงทุนทำคลังสินค้าตามยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์ และเปิดตลาดขายสินค้าจากจีนทุกชนิด รองรับคนไทยที่ข้ามไปจากอำเภอเชียงของ
บนเส้นทาง R3Aอันเป็นทางลาดยาง มีระยะทาง195 กิโลเมตรจากห้วยทรายไปถึงเมืองหลวงน้ำทา มีกำหนดเปิดอย่างเป็นทางการในวันชาติจีนหรือวันที่ 1 ตุลาคม ปีนี้...ปัจจุบันการก่อสร้างสำเร็จเกือบ100%แล้ว
เมื่อออกจากเมืองห้วยทรายบนเส้นทางสายนี้ไปประมาณ15 กิโลเมตร ก็จะถึงหมู่บ้านต้มเหล้าที่ชาวบ้านสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมกันมายาวนานในเทคโนโลยีภูมิปัญญาชาวบ้านแห่งนี้ ...และไม่ไกลจากกันนัก...ก็ เป็นหมู่บ้านชาวแลนแตน..ที่เป็นชนเผ่าหนึ่งอพยพมาจากจีนเนิ่นนานมาแล้ว..ชาวแลนแตนจะมีภาษาพูดและเขียนเป็นของตนเองโดยมีการจารึกบนใบลาน...ชนชาติลาวตอนเหนือมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์สูงมาก ประมาณกว่า 50 ชนเผ่า
เราจะเห็น ยุ้งข้าวเรียงรายริมถนนที่ผ่านไป เป็นกะท่อมเล็กๆ รวมเป็นกลุ่ม..นั่นคือยุ้งข้าวของชาวขมุที่เป็นชนชาติส่วนน้อยกลุ่มหนึ่งในลาวที่มีธรรมเนียมการสร้างยุ้งข้าวไว้ให้ไกลจากตัวบ้าน...บางท่านอาจเข้าใจผิดคิดว่านั่นเป็นกระท่อมพัก..
ในระหว่างทางที่ผ่านไป จนถึงเมืองเวียงพูคา จะมีการทำเหมืองถ่านหินลิกไนต์ที่ได้รับสัมปทานโดยบริษัทคนไทย มาแล้วกว่า 12 ปี ที่เวียงพูคา โดยส่งมาขายให้โรงไฟฟ้าลิกไนต์ไทยที่ลำปาง
จากเวียงพูคา ไปอีกไม่ไกลนักก็จะไปถึง นาเตย อันเป็นทางแยก ด้านขวามือก็จะไปแขวงอุดมไชย แขวงหลวงพระบางไปจนถึงเวียงจันทร์...เราเลี้ยวรถไปด้านซ้ายมือ ก็จะถึงทางแยกเลี้ยวขวาไปบ่อเต็นอีก30กิโลเมตร...เมื่อเราเดินทางไปตามเส้นตรงก็จะไปถึงเมืองหลวงน้ำทา ที่อยู่ไม่ไกลนัก
ระหว่างทางที่เข้าเมืองหลวงน้ำทา ด้านซ้ายมือเราจะเห็นมีการปรับพื้นที่เพื่อทำการสร้างสนามบินพาณิชย์เพื่อรองรับต่อเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ โดยบริษัท ส.เหมราชที่เป็นบริษัทก่อสร้างจากไทย
ก่อนถึงตัวเมืองหลวงน้ำทา มีกลุ่มทุนจีนคือ ได้มาลงทุนตั้งนิคมอุตสาหกรรมเหล็ก โรงงานผลิตเหล็ก และเช่นกันที่เมืองวังเวียงใกล้เมืองเวียงจันทน์ก็มีการลงทุนของกลุ่มทุนขนาดใหญ่จากจีนทำโรงงานถลุงเหล็ก ผลิตเหล็กเส้นขายเช่นกัน...แน่นอนที่สุดลูกค้าหลักก็ต้องเป็นไทย...
การเดินทางจากห้วยทราย จนถึงหลวงน้ำทา ใช้เวลาไม่เกิน3ชั่วโมงซึ่งมีทั้งรถประจำทางที่มีค่าโดยสารไม่แพงนัก แต่ถ้าเราต้องการความสะดวกก็เช่ารถตู้ไปค่าเช่าก็ตกประมาณ4 พันบาทต่อวัน (รวมค่าน้ำมันแล้ว)
ร้านอาหารไทลื้อที่หลวงน้ำทา :
ที่หลวงน้ำทาปัจจุบันมีที่พักมากมายและสงบเงียบ ทั้งโรงแรมและเกสเฮ้าส์หรูริมแม่น้ำทา อัตราค่าพักประมาณ 150บาทขึ้นไป
ที่ร้านอาหารไทลื้อ...อี้เชียง(ไข่มุกหอม)เด็กสาวชาวไท สิบสองปันนา เด็กเสริฟประจำร้านที่ขยันขันแข็งอันเป็นบุคลิกภาพของชาวจีน(ไทลื้อ) แม้ว่าจะมีแขกในร้านมากมาย..แต่อี้เชียงเธอก็ทำหน้าที่ได้อย่างดี...น้ำในแก้วโต๊ะไหนไม่เคยขาดแม้ว่าแขกจะร่วม30คน...จนเพื่อนร่วมเดินทางอดไม่ได้จะต้องชมเชยสาวผู้นี้
“ หนี่เตอหมิงซื่อเสิ่นเมอ” (คุณชื่ออะไร...)
“ หนี่เจ้อเมอเพียวเลี่ยง หนี่เซอะอะเสิ่นเมอตงซี” ( คุณสวยยังงี้กินอะไรมาหรือ?)...เพื่อนร่วมทางที่ไปด้วยไม่เคยทิ้งนิสัยความเจ้าชู้ของไทลุ่มเจ้าพระยาเลยนะนี่
อาหารที่ร้านนี้ ก็เช่นเดียวกันกับอาหารที่ฝั่งไทยเรา อาจจะมีบางอย่างที่เป็นการใช้สมุนไพร เช่นตุ๋น ต่างๆราคาก็ไม่แพง เมื่อเรารัปปร ะทานพร้อมๆกับดื่มเบียร์ลาว หรือคนไทยชอบเรียกว่าเขยลาว...
อาหารที่อร่อยและการบริการที่ไม่บกพร่องแม้จะแข็งกระด้างแต่ก็ไร้มารยา...อี้เชียง ...เหินเสี่ยนเนี่ยนหนี่!!
หนินห่าว..บ่อเต็น:
เขตุเศรษฐกิจพิเศษ จีน- ลาว
จากหลวงน้ำทาเราย้อนกลับมาในเส้นทางเดิม และเลี้ยวซ้าย เข้าสู่บ่อเต็น ที่เป็นเมืองของลาวที่มีพรมแดนติดชายแดนจีน..ห่างไปเกือบ1กิโลเมตร ก็เป็นเมืองบ่อหานของประเทศจีน
บ่อเต็นปัจจุบันได้กลายเป็นอาณาเขตของกลุ่มทุนจากประเทศจีนแล้ว มีการทำสัญญาเช่าจากกลุ่มทุนฮ่องกง ต่อรัฐบาลลาว ลึกเข้ามาในดินแดนประเทศลาว 7 กิโลเมตร ระยะเวลา 30ปี โดยจ่ายค่าเช่าต่อรัฐบาลลาว 5 ล้านดอลล่าร์ ต่อปี
การก่อสร้างคอมเพล็กซ์และร้านค้าต่างๆ บ่อนกาสิโนขนาดใหญ่ ที่มีการแบ่งเป็นหลายชั้น ...และไม่ต่างจากเมืองจีน...โรงแรมหรูหรา มีอัตราการพัก 400 หยวนต่อคืน หากเป็นกรุ้ปทัวร์ก็จะลดลงได้กว่านี้ มีการย้ายอาคารบ้านเรือนของชาวลาวออกจากบริเวณพื้นที่นี้ โดยทางกลุ่มทุนจีนไปสร้างให้ใหม่นอกเขตุเช่าเป็นพื้นที่เขตุเศรษฐกิจพิเศษเหล่านี้
ร้านค้ามากมายที่ดำเนินการโดยชาวจีนผุดขึ้นมากมาย...ไม่เว้นแม้แต่ร้ายขายยาปลุกเซ็กส์ และยาโด้ปต่างๆ ที่วางขายกันอย่างเปิดเผยเช่น ไวอาก้า ที่ผลิตในจีน
การใช้จ่ายบริเวณนี้จะรับเป็นเงินหยวน ดังนั้นเราจะต้องเตรียมเงินหยวนไป...แตกต่างจากในเขตุลาวซึ่งใช้จ่ายได้ทั้ง หยวน,ดอลล่าร์ ,กีบ และเงินบาท
จากบ่อเต็น บนเส้นทาง R3a จะมีรถประจำทางวิ่งไปถึง เมืองลา และไปต่อรถจากเมืองลา ไปถึงจิ่งหง หรือเชียงรุ้ง ซึ่งใช้เวลาถึง6ชั่วโมง เนื่องจากรถวิ่งช้าและทางที่คดเคี้ยว
“ Where are you Thailand ?
บนยุทธศาสตร์การค้า...Zero Sum Game :
ในทางการค้า เมื่อได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆโดยไม่สูญเสียใน Zero Sum Game
ถึงไม่ใช่หมวดเจี๊ยบ...ก็คงต้องถามทางรัฐบาลไทยเช่นนี้ เมื่อเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในอนุภูมิภาคแห่งนี้ ประเทศไทยเราได้เตรียมอะไรมั่งเพื่อรับการรุกครั้งใหญ่ของกลุ่มทุนจีน รวมไปถึงกลุ่มทุนจีนโพ้นทะเล และการเตรียมรับของรัฐบาลลาวที่มีการปรับตัวครั้งใหญ่ โดยมีการกำหนด โพสิชั่นนิ่งของประเทศเป็นแบตเตอรี่แห่งเอเชีย
เมื่อเส้นทางเส้นนี้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ในการค้า จากคุนหมิง..สู่สิงคโปร์
แม้ปัจจุบันหลังการเปิด เอฟทีเอ ของความเป็นหุ้นส่วนการค้า ระหว่างไทย-จีน จากข้อมูลศูนย์จีนศึกษา ของจุฬาฯ เราอาจจะเห็นว่าเรายังได้เปรียบดุลการค้าประเทศจีนอยู่ นั่นเป็นเพียงตัวเลขที่ถูกกฎหมาย
แต่...ธรรมชาติของการค้าชายแดน..ย่อมไม่มีตัวเลขให้อ้างอิงมากมายนักของสินค้าเถื่อนที่ลำเลียงโดยกองทัพมด...ทะลักจากจีนผ่าน พม่าและลาวเข้าสู่ไทย ในแต่ละวันมันมีมูลค่าสูงกว่าทางการหลายร้อยหลายพันเท่า
หากยังไม่มีการขยับตัวใดๆของภาครัฐ...เราก็คงได้แค่ต้มน้ำขิงแก่ดื่ม...เพื่อลดการเวียนหัวจากการขาดสมดุลของน้ำในหู จากเส้นทางที่คดเคี้ยวเหล่านี้
แล้วรากหญ้า...และเอสเอ็มอี ไทย...จะอยู่ได้อย่างไรในอนาคต...!!
..............................................................................................................................................................
หมายเหตุ
เส้นทางR1,R2 และR3a,R3b
เส้นทาง R1 เป็นโครงการถนนสายกรุงเทพฯ - พนมเปญ - โฮจิมินต์ซิตี้ – วังเตา
เส้นทาง R2 โครงข่ายถนนเชื่อมโยงแนวตะวันออก - ตะวันตก (East - West Corridor) ไทย - ลาว – เวียดนาม
เส้นทาง R3A ไทย - ลาว - จีน
เส้นทางเริ่มจาก เชียงราย - อ.เชียงของ ระยะทางประมาณ 113 กิโลเมตร และข้ามแม่น้ำโขงไปยังแขวงบ่อแก้วของลาวไปยังเวียงภูคา หลวงน้ำทา และไปเชื่อมต่อชายแดนจีนที่บ่อเต็น ระยะทางในลาวประมาณ 250 กิโลเมตร จากนั้นจะไปยังเมืองเชียงรุ่งและไปสิ้นสุดที่คุนหมิง รวมระยะทางจากเชียงราย - คุนหมิง ประมาณ 1,200 กิโลเมตร โดยได้รับการสนับสนุนจาก ADB
ในส่วนของจีน กำลังก่อสร้างเป็นทางด่วนจากคุณหมิงลงมา และดำเนินการปรับปรุงช่วงที่เหลือ คาดว่าจะแล้วเสร็จตลอดทั้งเส้นทางในปีนี้ ซึ่งจะช่วยย่นระยะทางจากคุนหมิง - ชายแดนจีนลงจาก 827 กิโลเมตร เหลือเพียง 701 กิโลเมตร(บางแห่งมีการเจาะอุโมงค์ทะลุ และลดความคดเคี้ยวลง)
เส้นทาง R3B ไทย - พม่า - จีน
เส้นทางเริ่มจาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย เชื่อมต่อกับท่าขี้เหล็กของพม่า ผ่านเมืองเชียงตุงไปต่อพรมแดนพม่า - จีน ที่ต้าล่อ จากนั้นจะไปรวมกับเส้นทาง R3A ที่เมืองเชียงรุ้ง และไปยังคุนหมิงต่อไป รวมระยะทงจากแม่สาย - เชียงรุ้ง ประมาณ 380 กิโลเมตร มีการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 2 และถนนเชื่อมต่อกับเส้นทางสายท่าขี้เหล็ก - เชียงตุง ในวงเงินงบประมาณ 38 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินให้เปล่าของรัฐบาลไทยแล้วเสร็จและมีพิธีเปิดไปแล้ว
เส้นทางพม่า จากท่าขึ้เหล็ก - เชียงตุง ระยะทาง 164 กิโลเมตร เป็นถนนลูกรังที่กำลังก่อสร้างเป็นทางลาดยาง เดิมรัฐบาลไทยเคยให้ความช่วยเหลือโดยอนุมัติเงิน 300 ล้านบาท เพื่อพัฒนาเส้นทางดังกล่าว แต่ปัจจุบันพม่าได้พัฒนาโดยการให้สัมปทานและจะขอใช้เงินจำนวนดังกล่าวไปพัฒนาเส้นทางสายแม่สอด - เมียวดี - พะอัน เพื่อไปยังร่างกุ้งแทน ส่วนถนนจากเชียงตุง - ดาลั๊ว ระยะทางประมาณ 85 กิโลเมตร พม่ากับจีนได้ร่วมมือกันก่อสร้างเป็นถนนลูกรังไว้แล้ว และพม่ากำลังก่อสร้างลาดยาง สำหรับถนนในจีนจากชายแดนจีนไปยังเมืองเชียงรุ้งก็กำลังก่อสร้างเป็นถนนลาดยาง 2 ช่องจราจร
ป้าย
ใช้งานร่วมกัน
ท่านต้องเป็นสมาชิก จึงมีสิทธิ๋ในการ ให้คำแนะนำ
เข้าร่วมเน็ทเวิร์ค นี้